เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ GPS นำทาง

GPS นำทาง

ทุกวันนี้การขับขี่ไปบนเส้นทางต่าง ๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยระบบการนำทางของสิ่งที่เรียกว่า GPS เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การขับรถหลงมีอัตราน้อยลง กระนั้นเชื่อว่าหลาย ๆ คนเองยังอยากรู้จักกับอุปกรณ์อย่าง GPS นำทาง มากขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ เพราะนอกจากการนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการนำทางแล้วเจ้าสิ่งนี้ยังมีความน่าสนใจอีกหลาย ๆ เรื่องอันเป็นเรื่องน่ารู้ทั้งสิ้น เรามาค่อย ๆ ไล่เรียงไปพร้อมกันได้เลยว่ามีอะไรบ้าง

สรุปแล้วตัว GPS สำหรับนำทางคืออะไรกันแน่

GPS ตัวนี้เป็นระบบนำทางที่เราจะพบเจอกันบ่อย ๆ ในมือถือแบบ PDA รวมถึงตัวรถยนต์ที่มีการเพิ่มเติมระบบการนำทางเข้าไปด้วย หลักการทำงานพื้นฐานคือใช้การรับสัญญาณข้อมูลซึ่งมาจากดาวเทียม จากนั้นตัวเครื่องจะเกิดการประมวลผลแล้วแสดงพิกัดในรูปแบบภูมิศาสตร์ บ่งบอกจุดของสถานที่ตั้งตัวอุปกรณ์ว่าอยู่ตรงไหน หากต้องการรู้จุดหมายปลายทางว่าไปอย่างไร ก็ให้ทำการค้นหาจุดหมายปลายทาง จากนั้นตัว GPS นำทาง จะบอกว่าควรไปในเส้นทางไหนได้บ้าง ใช้ระยะเวลาในการเดินทางคร่าว ๆ นานเท่าไหร่ ระบบนี้เป็นการใช้งานร่วมกับระบบแผนที่ทั้งเรื่องการจับคู่ของ 2 ตำแหน่งที่ได้ระบุเอาไว้ ตรงนี้เป็นการอ่านดาวเทียมกับตัวค่าพิกัดในแผนที่ อย่างไรก็ตามบางระบบอาจมีการใช้เซนเซอร์อื่น ๆ เป็นตัวช่วยในการคำนวณเส้นทางเพื่อให้เกิดความถูกต้องมากขึ้นกว่าเดิม

ตัวอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง

ด้วยยุคสมัยที่พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ระบบ GPS ทุกวันนี้มีอุปกรณ์ทุกอย่างติดเข้าไปอยู่กับตัวเองหมดแล้ว ส่งผลให้เกิดความสะดวกสบายต่อการใช้งานมากขึ้น มีความแม่นยำ สามารถนำไปใช้บนเส้นทางต่าง ๆ ได้จริง โดยตัวอุปกรณ์หลัก ๆ ที่อยู่ใน GPS เหล่านี้จะประกอบไปด้วย

  • ตัวประมวลผล หรือ CPU
  • ตัวใช้รับสัญญาณที่มาจากดาวเทียม หรือ GPS Receiver Module
  • ตัวโปรแกรมเพื่อเอาไว้ใช้ในการนำทาง หรือ Software
  • ตัวแผนที่สำหรับใช้ในการนำทาง หรือ Map Data

ทว่านอกจากอุปกรณ์ที่ได้กล่าวมานี้อันเป็นอุปกรณ์หลัก ๆ ที่มีภายในตัว GPS บางรุ่นก็ยังมีอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยให้เกิดความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม เช่น ตัวกระจายสัญญาณ , เสารับสัญญาณด้านนอกที่เอาไว้ติดแบบเครื่องต่อเครื่อง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ที่ถูกนำมาเป็นอุปกรณ์เสริมจะยิ่งช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

ประเภทของ GPS แบบนำทาง

สำหรับ GPS นำทาง จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 แบบหลัก ๆ ซึ่งแต่ละแบบจะมีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันออกไป

แบบติดตั้งภายในรถยนต์ GPS

ตัวนี้จะเป็นตัวที่เราพบเห็นกันบ้างมีเอาไว้ติดตั้งภายในรถยนต์หรือยานพาหนะต่าง ๆ ตัว GPS จะมีแบตเตอรี่อยู่ด้านในเอาไว้ชาร์จแล้วนำกลับมาใช้ได้ต่อ ปกติแล้วหากมีการชาร์จเอาไว้ 1 ครั้ง จะสามารถใช้ได้ราว 1-2 ชม. แต่ถ้ารุ่นไหนสามารถต่อเข้ากับพลังงานของยานพาหนะได้อันนี้ก็ไม่จำเป็นต้องชาร์จให้เสียเวลา

แบบพกติดตัว

ส่วนมากคนที่เลือกใช้ GPS แบบนี้จะต้องเป็นคนทำกิจกรรมนอกอาคาร เช่น เดินทางไกล, เดินป่า, เล่นกีฬาบางชนิด เป็นต้น จุดเด่นของ GPS แบบนี้คือจะถูกออกแบบมาให้เน้นเรื่องขนาดเล็กไว้ก่อน ยิ่งเทคโนโลยีของบางรุ่นถูกออกแบบหน้าจอด้วยระบบคริสตัลเหลว เอาไว้ใช้งานในพื้นที่แสงสว่างน้อย ๆ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เหมาะกับการนำมาใช้งานอีกด้วยโดยเฉพาะการมีแบตเตอรี่ที่เก็บพลังงานเอาไว้ได้นาน ๆ กรณีที่ต้องทำกิจกรรมในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า

เคยสงสัยหรือไม่ แผนที่บน GPS มาจากไหน

เป็นอีกเรื่องน่ารู้ซึ่งหลายคนต้องเคยเกิดความสงสัยแน่ ๆ ว่าตัวแผนที่ที่เราเห็นบนหน้าจอ GPS นั้นมาได้อย่างไร ก็ต้องบอกว่าจริงแล้วทั้งตัวโปรแกรมข้อมูลกับแผนที่นั้นอยู่ที่วัตถุประสงค์หลักของผู้ใช้งานว่าต้องการเลือกใช้งานลักษณะใดมากกว่า ทั้งนี้ก็อยู่ที่บริษัทผู้ผลิตด้วยว่าจะใช้หลักการใดเพื่อแสดงแผนที่บน GPS บางแห่งใช้แค่เรื่องของการรับสัญญาณจากตัวดาวเทียมเพียงอย่างเดียว ตรงนี้ผู้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ถ้ามีการสร้างเพื่อให้ใช้งานร่วมกับระบบแผนที่ก็อาจเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นได้

สำหรับแผนที่นำทางที่เราเห็นใน GPS จะเริ่มต้นจากการถ่ายรูปทางอากาศโดยระบบดาวเทียม จากนั้นจะมีการนำภาพมาต่อซ้อน ๆ กันเป็นการสร้างภาพรวมของภูมิประเทศแต่ละจุด เมื่อได้มาแล้วก็สามารถนำไปกำหนดจุดอ้างอิงด้านภูมิศาสตร์ ทำเป็นค่าพิกัดดาวเทียม แล้วค่อยมีการเพิ่มเติมข้อมูลรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ตามลงไป เช่น สถานที่ต่าง ๆ สุดท้ายก็นำมาประกอบจนกลายเป็น GPS นำทาง แบบที่เราใช้งานกันทุกวันนี้

ต้องบอกว่าเป็นความโชคดีของคนในยุคนี้มาก ๆ ที่เวลาจะเดินทางไปไหนมาไหนที่ถึงแม้ไม่คุ้นชินเส้นทาง แต่ก็สามารถเข้าสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย แม่นยำได้ด้วยระบบ GPS กระนั้นก็อย่าลืมว่าระบบทุกอย่างย่อมเกิดความผิดพลาดได้ตลอดเวลา แม้แต่ตัว GPS นำทาง ก็เช่นกัน ดังที่เราพบเห็นกันตามข่าวบ่อย ๆ ทางที่ดีคือก่อนตัดสินใจเดินทางไปตามจุดที่ระบบบอกเอาไว้

ควรมีการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นให้ดีก่อนเกี่ยวกับเส้นทางอย่างคร่าว ๆ แล้วถ้าเดินทางตามไปแล้วรู้สึกว่าไม่เป็นเหมือนตอนคิดเอาไว้ก็ให้ถอยหลังกลับเริ่มใหม่ แบบนี้จะเป็นการวางแผนการเดินทางเผื่อไว้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน